1. ตอนนี้ผู้ป่วยในไทยมีมากแค่ไหน
มากพอที่จะเป็นอับดับ 1 ในเอเชีย และตัวเลขที่ออกข่าวอยู่ตอนนี้ไม่ใช่ตัวเลขที่แท้จริง อยากรูู้ว่าเท่าไรลองคูณ 50~60 ดู
(เป็นการคาดคะเนทางสถิติ)



2. ความน่ากลัวของมันมีมากแค่ไหน
อัตราการตายของโรคนี้เทียบเท่ากับอัตราการตายของผู้ที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่อยู่ที่น้อยกว่า 0.1% (เอาไปคำนวณเล่นๆ กับปริมาณคนป่วยก็ได้นะ)


3. ควรจะป้องกัน รับมืออย่างไร
ออกกำลังกายเป็นประจำตามความเหมาะสม (อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 30 นาที)
ยิ่งถ้าคนอ้วนเวลาป่วยเป็นโรคที่ข้องเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจจะน่ากลัวเป็นพิเศษ ระมัดระวังตัวเองด้วย


4. หน้ากาก (Mask) จำเป็นต้องใส่มั้ย?
จากแหล่งข่าวในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ที่ๆแพร่เชื้อหวัดมากที่สุด (หวัดโดยรวม)
    1. รถไฟฟ้า (BTS/MRT)
    2. รถโดยสารปรับอากาศ
    3. สถานที่ ที่คนแออัดแล้วถ่ายเทอากาศไม่เพียงพอ
ฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ควรใส่ทุกที่ อย่าคิดว่าเป็นเรื่องน่าอาย เราแค่ Safety ตัวเอง อย่าไปแคร์ใคร ซึ่งจากข้อมูล ก็สามารถตอบคำถามว่า

"ร้านเกมส์ แหล่งกวดวิชาเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคมั้ย?"

ก็เป็นแต่น้อยมากถ้าเทียบกับระบบขนส่งมวลชน


5. ที่เขาว่ารัฐบาลผิดในการควบคุมดูแลโรคนี่จริงเท็จแค่ไหน

    "จริง" ย้ำอีกรอบว่ารัฐบาลใช้มาตรการควบคุมโรคที่ "ผิด" จริงๆ
    ในหลายประเทศเขาสั่งเคอร์ฟิวเพื่อป้องกันการลุกลามของเชื้อโรค แต่ของไทยเราแค่เตือนให้ระมัดระวังตัว
    ซึ่งไม่เข้ากับนิสัยคนไทยที่เป็นชนชาติที่ง่ายๆ สบายๆ คิดว่าเป็นอะไรเดี๋ยวก็หายได้

    นอกจากเรื่องนี้จะกระทบกับคนไทยในภาพรวมยังส่งผลถึงความเชื่อมั่นของต่างชาติ และการท่องเที่ยวด้วย

    นอกจากนั้นการรักษาโรคนี้ยังแพง (มาก) คนที่เป็นไข้ก็ไม่กล้าไปโรงพยาบาล
        - รพ.รัฐ อยู่ที่ 1200 บาท (โดยประมาณ)
        - รพ. เอกชน อยู่ที่ 10,000 บาท - 15,000 บาท (โดยประมาณเป็นขั้นต่ำ)
    ซึ่งรัฐบาลควรจะมีมาตรการให้จัดการเรื่องพวกนี้อย่างฟรีๆ หรือในราคาที่ถูก (ที่เหมาะสม) กว่านี้


6. จากข้อ 5 แล้วการแก้ไขที่เหมาะสมล่ะ ควรทำอย่างไร?
    ตามทฤษฎีเกี่ยวกับอายุของไข้หวัด ระยะแพร่เชื้อ ฟักตัว ออกอาการจะอยู่ที่ 9 วันโดยประมาณ
    
    การเคอร์ฟิวที่เหมาะสมคือเคอร์ฟิว 15 วัน กำลังพอเหมาะ

    อาจจะอ้างว่ามันทำให้เศรษฐกิจพัง แต่ระหว่างเศรษฐกิจกับสุขภาพจิตชีวิตของคนไทยอะไรมันสำคัญกว่าล่ะครับ
    เข้าใจสภาพรัฐบาลอยู่ว่าอยากฟื้นเศรษฐกิจมากแค่ไหน แต่กู้ไปซะเยอะประจวบกับเจอ Jackpot แบบนี้ก็น่าเศร้าอยู่เหมือนกัน


7. มีโอกาสที่หวัด 2009 มันจะกลายพันธุ์หรือไม่?
เป็นสิ่งที่ผมไม่อยากบอกเลยว่ามัน "มี" แล้วตอนนี้ก็ "กลายพันธุ์" ไปเรียบร้อยแล้วด้วย ตอนนี้มันเริ่มดื้อยา (ที่ใช้รักษากัน) ตอนนี้แล้ว
อัตราการล้มเหลวของรักษาโรคจากเดินที่ประมาณ 3%-5% ตอนนี้เด้งไปที่ประมาณ 17%-20% และจะมากขึ้นเรื่อยๆ

แต่ก็สบายใจได้ในระดับหนึ่งว่าถึงมันกลายพันธุ์แล้ว ยาตัวใหม่ก็ออกมาแล้ว (แต่ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มจากเดิมไปเป็นสัก 2 เท่ากว่าๆ)


8. คาดว่าในอนาคตจะเป็นอย่างไร
ถ้าปล่อยเป็นแบบนี้ต่อตามทฤษฎีแล้วคนที่ป่วยแล้วหายก็จะมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงไปอีกตลอดปี แล้วถ้าผ่านปีนี้ไปได้มันก็จะกลายเป็นไข้หวัดใหญ่ธรรมดาที่แพร่เชื้อไปทั่วโลกเท่านั้น


เอามาจากเว็บแห่งหนึ่งครับโปรดอ่านโดยมีวิจารณญาณ

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณที่เอามาแบ่งปันค่ะ confused smile